อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ร้อยตำรวจโท'ส่องชีวิตยาย มันคือคำสั่งยังไงก็ต้องทำ

สัปดาห์นี้ “ร้อยตำรวจโท” กุมขมับจำใจส่องชีวิตยายพายเรือขายถ่านในคลองยาวแค่ 50 เมตร เพื่อเขียนรายงานส่งนาย โอดเรื่องอื่นสำคัญกว่า...แต่ “คำสั่ง” ยังไงก็ต้องทำ! พุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.00 น.


“ร้อยตำรวจโท” ตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายสืบสวนสอบสวน กุมขมับด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้เริ่มปวดหัวมานิดๆ คาดว่าเป็น “ตำรวจ” ไปอีกยาวนานก็คงจะต้องปวดหัวเป็นประจำแน่นอน

งานตำรวจ คือการรับใช้ประชาชน หน้าที่สำคัญคือ
“การจับโจรผู้ร้าย” ผู้บังคับบัญชามากไอเดียและประสบการณ์ออกคำสั่งอย่างถึงกึ๋นว่า “โรงพักไหนที่มีพื้นที่ติดน้ำต้องรายงานเหตุว่ามีการจี้ปล้นกันในน้ำหรือไม่?” คำสั่งนี้กระจายไปทั่วโรงพัก หลังมีข่าวการจี้ปล้นประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าทางน้ำกันบ่อยครั้ง



“คำสั่งนายชัดเจน โรงพักที่มีพื้นที่ติดน้ำ ต้องรายงานเหตุการณ์ในน้ำ ดูแลคดีจี้ปล้นทุกเดือน นายรอดูรายงาน ดังนั้นเราไปสำรวจเส้นทางกันเถอะ” ร้อยตำรวจโทสั่งการกับสิบตำรวจเอก แล้วทั้งคู่ก็ออกไปสำรวจพื้นที่โรงพักของตัวเองในบัดดล

ตอนที่คำสั่งการดูแลป้องกันเหตุทางน้ำกระจายออกมาจากผู้บังคับบัญชานั้น
“ผู้กำกับการโรงพัก” แทบขำกลิ้ง เพราะโรงพักตัวเองทั้งเล็กและไกลโพ้นขนาดนี้ คงไม่ต้องลำบากเขียนรายงานเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี “รองผู้กำกับการสอบสวน” เอะใจในคำสั่ง จึงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเปิดข้อกฎหมาย ตีความให้คลอบคลุมที่สุด

“พี่ครับ” รองผู้กำกับการสอบสวนกระซิบบอกผู้กำกับการฯ “คำสั่งมันคลอบคลุม สน.ที่มีพื้นที่เส้นทางทางน้ำนะครับ”

“ใช่...พี่เห็นแล้ว โรงพักเรามันจะไปสะเทือนอะไร ไกลขนาดนี้ แถมพื้นที่ไม่มากด้วย มีแต่รถติด คำสั่งนี้ไม่น่าโดนพวกเรา”

“แต่ผมพิจารณามาแล้วนะพี่ เรียกดาบตำรวจป๋าๆ มานั่งคุย ปรากฏว่า โรงพักเรามีพื้นที่ทางน้ำนะครับ”

“เฮ้ย!! โรงพักเรามันมีเรือวิ่งผ่านตรงไหนวะ”



“จริงๆ แล้วเรามีคลองอยู่เส้นหนึ่งครับ ยาว 50 เมตร ผมเข้าใจว่านายคงจะไม่ถึงขนาดบังคับให้ตรวจสอบพื้นที่ของโรงพักพวกคลองเล็กๆ หรอกนะครับ แต่แกเน้นที่มีการจราจรทางน้ำ พื้นที่โรงพักเรามันมีคลองพอเหมาะพอเจาะจะขนส่งเดินทางด้วยเรือได้ คืออาจไม่ต้องใช้เครื่องยนต์เป็นแบบพาย แต่ตามกฎหมายพิจารณาแล้ว มันก็ถือเป็นเส้นทางทางน้ำได้เหมือนกันนะครับ ดังนั้นโรงพักเราก็ต้องเขียนรายงานเรื่องนี้ด้วย”

“ผู้กำกับการ” อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าโรงพักตัวเองจะโดนในคำสั่งนี้ด้วย

“นายคนนี้กำลังมาแรงด้วย สั่งมาแบบนี้ก็คงต้องทำสินะ ดังนั้นใช้ฝ่ายสืบสวนแล้วกัน เอ่อ...รองกินเกาเหลากับผมหน่อยไหม เห็นว่าร้านนี้อร่อยนะ ผมให้ลูกน้องไปซื้อมาชิมหน่อย ซื้อมาหลายถุง มากินกันด้วยกันสิ” ผู้กำกับการพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรครับ ตอนเช้าผมกินโจ๊กมาแล้วครับ อิ่มท้องเลย” รองผู้กำกับปฏิเสธอย่างสุภาพ

“ผู้กำกับ” กินเกาเหลาเสร็จ ก็สั่งงานเป็นชั้นๆ ตกมาอยู่ที่ “ร้อยตำรวจโท” รับผิดชอบเขียนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาในกรณีนี้ทันที



เมื่อคำสั่งมาแล้ว แม้ยังไงมันก็คือคำสั่ง “ร้อยตำรวจโท” ปวดหัวตุบๆ แต่ก็ออกสำรวจเส้นทางการจราจรทางน้ำของพื้นที่โรงพักตัวเอง ปรากฏว่ามันมีคลองก็จริง แต่ไม่ค่อยมีใครพายเรือกันแล้ว “โอ้ย...หมวด ใครจะมาพายเรือกันยังกะหนังรักคลองแสนแสบเล่า สมัยนี้มันมีถนนแล้ว ไปไวกว่า แถมเรือยนต์มันก็ไม่เข้ามาในคลองของเราหรอก ถึงมาก็แป๊ปเดียวเข้าพื้นที่ของ สน.อื่นแล้ว”

“ร้อยตำรวจโท” ปวดใจ...ลงสำรวจพื้นที่คลอง หากประเทศไทยมีคลองแสนแสบ เขาอยากจะตั้งชื่อเรียกคลองนี้ว่า คลองแสนสั้นชะมัดยาก ที่จริงมันไม่มีอะไรเลย เขาไปสำรวจคลองอยู่ 3 วัน ก่อนจะกลับมารายงานผู้กำกับฯ ว่า...

“นายครับ พื้นที่คลองของโรงพักของเรานั้น มีคลองยาว 50 เมตร กว้าง 5 เมตร ไม่ค่อยมีเรือผ่านเท่าใดนัก ถ้าจะมีก็คือเรือของยายท่านหนึ่งที่ขายถ่านให้กับคนในชุมชม แกขายมา 30 ปีแล้ว แกพายเรือทุกวัน ตอน 7โมงเช้า พายไปสุดคลอง แวะบ้านคนรู้จักบ้าง แล้วก็วกกลับบ้านตอน 4โมงเย็น ช่วงที่แกพายเรือเข้าพื้นที่โรงพักของเรานั้น ก็เวลา 8โมงครึ่ง ถึง9โมงเช้า จากนั้นก็ช่วงบ่าย 3โมง ถึงบ่าย 3โมงครึ่งนะครับ ผมไปถามแก ได้ข้อมูลมาว่าพายเรือมา 30 ปี มีคนซื้อถ่านพออยู่ได้ ไม่เคยโดนใครลักวิ่งชิงปล้นเลย อย่างมากที่แกพบเจอก็คือติดเงินค่าถ่าน 2-3 งวด แล้วชักดาบไม่มาจ่ายเงิน แกบอกไม่อยากเอาเรื่อง เพราะผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว จำไม่ได้ว่าใครกันแน่ เหตุการณ์ตื่นเต้นของโรงพักเราก็มีเพียงเท่านี้ครับ”

ผู้กำกับฯ พยายามจับน้ำเสียงว่า “ร้อยตำรวจโท” ยียวนกวนบาทาเขาหรือไม่?!? แต่ฟังแล้วไม่ใช่ จึงอนุมัติให้เขียนรายงานนี้นำส่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง “ถ้าไม่มีเหตุก็บอกไปว่าไม่มีเลย” ดังนั้นร้อยตำรวจโทจึงทำแบบนี้อยู่ 6 เดือน เขียนรายงานซ้ำเดิมแทบทุกตัวอักษร



จนวันหนึ่งผู้กำกับฯ โรงพักเรียกเขาไปพบ “ร้อยตำรวจโท” พึ่งนอนได้ 2 ชั่วโมงหลังพยายามตามจับโจรวัยรุ่นขี่จยย. ตระเวนวิ่งราวทรัพย์ ใกล้จะจับได้แล้ว คาดว่าเร็ววันนี้น่าจะได้ตัว เมื่อเขาไปพบผู้กำกับฯ ในสภาพตาโหลๆ นอนน้อยๆ ก็ได้รับคำถามว่า “จำเรื่องยายพายเรือขายถ่านได้อยู่ไหม??”

“ร้อยตำรวจโท” หยุดคิดไปชั่วแว่บ สมองประมวลผลช้า ก่อนจะตอบไปว่า “ได้ครับ ผมรายงานเรื่องแกทุกเดือน ซึ่งก็ยังเหมือนเดิมทุกครั้ง แกไม่เคยถูกคนเลวมาละเมิดกฎหมายใส่แกเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับผม”

“ดีแล้ว พรุ่งนี้ไปหาแกหน่อย ติดต่อคุยขอข้อมูลมานะ ผู้บังคับบัญชา พวกนายๆ เขาอ่านรายงานเอ็ง แล้วอีท่าไหนไม่ทราบ ชอบ เขาอยากจะทำข่าวเรียกสื่อมาทำเรื่องนี้นะ เห็นว่าจะมอบเรือใหม่ให้ด้วย แต่ขอดูรายละเอียดจากโรงพักเราหน่อย คดีในมือหยุดไว้ก่อนเลย รวบรวมข้อมูลให้กับนายนะ อย่าให้ทำให้พี่ผิดหวัง”

“ร้อยตำรวจโท” ปวดหัวกุมขมับขณะกลับไปที่คลองเพื่อรอดักพบยาย พลางครวญว่าคลองสั้นๆ แค่ 50 เมตร ทำไมหนอ...ทำไมหนอ...ชีวิตของยายที่พายเรือขายถ่านมา 30 ปี จึงจะมาอยู่ในความสนใจของนายๆ ได้ยังไง (วะ) แต่คำสั่งมันก็คือคำสั่ง แม้ยังไงมันก็คือคำสั่ง

“ร้อยตำรวจโท” มีความปวดหัวเป็นเพื่อนเสมอมาจนชินแล้ว เขากำลังครุ่นคิดว่าจะไปคุยกับยายยังไงดี ไม่ให้ยายตื่นตกใจสงสัยว่า มาสนใจยายทำไมก็พายเรือแบบนี้มานานแล้ว พวกเอ็งนี่ก็แปลกคนนะ เรื่องน่าสนใจตั้งเยอะไม่เอา ไม่ทำกัน เรือใหม่ยายไม่เอา เอาเรือเดิมแหละ พายช้าๆ สบายๆ แวะคุยกับคนนู้นทีนี้ที”

แต่ยาย...ร้อยตำรวจโท” นวดขมับ พลางคิดในใจ เขาอยากจะพูดบอกยายไปว่ายายต้องเข้าใจนะ...มีเรื่องน่าสนใจตั้งเยอะก็จริง แต่...คำสั่งมันก็คือคำสั่งนะ ยังไง๋...ยังไง...มันก็คือคำสั่ง...

“หวังว่ายาย...คงจะเข้าใจ”
….........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : chomthai

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 701