อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘มะเร็งจอตา’ ในเด็ก - X-RAY สุขภาพ

ตามที่ปรากฏข่าว ด.ช.วัย 1 ขวบ 8 เดือน ป่วยเป็นโรคมะเร็งจอตา ซึ่งแพทย์ต้องรักษาด้วยการควักลูกตาออกเพื่อไม่ให้เชื้อร้ายลุกลาม ทำให้แม่ของเด็กออกมาวิงวอนขอความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน และขอรับบริจาคดวงดาเด็ก อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 00.00 น.

ตามที่ปรากฏข่าว ด.ช.วัย 1 ขวบ  8 เดือน ป่วยเป็นโรคมะเร็งจอตา  ซึ่งแพทย์ต้องรักษาด้วยการควักลูกตาออกเพื่อไม่ให้เชื้อร้ายลุกลาม ทำให้แม่ของเด็กออกมาวิงวอนขอความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน และขอรับบริจาคดวงดาเด็ก  จนทำให้คนสงสารไปตาม ๆ กัน จากข่าวดังกล่าวคงทำให้ผู้อ่านอยากรู้ว่าทำไมเด็กอายุเพียงแค่นี้จึงเป็นมะเร็งจอตาได้  ถ้าเป็นแล้วจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ แล้วจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร ไปฟังคำตอบกัน

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โรคมะเร็งจอตาในเด็ก  เป็นมะเร็งดวงตาที่พบบ่อยทั้งในเด็กไทยและเด็กทั่วโลก พบได้ 1 ใน  20,000 คน ในประเทศไทยคาดว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 60-70 คน  อาจเป็นตาเดียวหรือเป็นทั้งสองตาพร้อมกัน

โรคมะเร็งจอตามักพบในเด็กเล็ก คือ ตั้งแต่ขวบแรกไปจนถึงอายุประมาณ 7 ขวบ พบได้เท่ากันทั้งสองเพศ อายุเฉลี่ยที่พบและเริ่มมีอาการ ถ้าเป็นตาเดียวอายุประมาณ  2 ขวบครึ่ง แต่ถ้าเป็นทั้งสองตาผู้ป่วยจะมาพบแพทย์เร็วขึ้นเพราะมองไม่เห็นพบได้ตั้งแต่อายุประมาณขวบเศษ

สาเหตุของโรคเกิดจากเซลล์จอประสาทตาเด็กเจริญผิดปกติกลายเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่ 94% เป็นเอง แต่ประมาณ 6% เป็นพันธุกรรมถ่ายทอดมาจากครอบครัวพ่อหรือแม่

อาการของผู้ป่วยมาด้วยอาการถ่ายรูปแล้วเห็นสีขาววาว ๆ ในตาดำ ถ้าช้ากว่านั้นอาจมาด้วยอาการเดินชนหรือมองไม่เห็น ถ้าช้ากว่านั้นอีกอาจมาด้วยตาเหล่ ตาอักเสบหรือตาปูดได้ ส่วนใหญ่รักษาชีวิตได้ แต่ถ้ามาช้ามักต้องผ่าตัดควักดวงตาออก

     

การรักษาส่วนใหญ่ถ้ามะเร็งโตเกิน 30% ของดวงตา มักจะต้องผ่าตัดควักตาข้างนั้นออก หรือควักข้างที่เป็นมากกว่าออกในกรณีที่เป็น 2 ตา  แล้วพิจารณาว่าอาจต้องให้เคมีบำบัดหรือฉายแสงร่วมด้วย ทั้งนี้ผู้ป่วย 95% มักไม่ตาย

 

เมื่อควักตาออกแล้วต้องรอแผลหายสนิทประมาณ 5-6 เดือนหรือรอจนโตจึงใส่ตาปลอมครอบให้ดูไม่น่าเกลียด แต่ตาปลอมจะมองไม่เห็น ดังนั้นจึงไม่สามารถขอบริจาคดวงตามาเปลี่ยนได้ ถ้าไม่ยอมรับการรักษา หรือมาช้าเกินไปอาจตายได้ ทั้งนี้ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันถ้าคนไข้มาพบแพทย์เร็วอาจเก็บลูกตาไว้ได้ ไม่ต้องควักออก รักษาโดยการฉายเลเซอร์ จี้ตาด้วยความเย็นหรือให้เคมีบำบัดตรงบริเวณก้อน

ขอแนะนำว่า พ่อแม่ควรสังเกตตาลูกเล็ก ๆ ก่อน 5-7 ขวบว่ามีตาวาว ๆ ในตาดำหรือไม่ ตามองไม่เห็นหรือตาเขหรือไม่ ถ้าผิดปกติให้รีบมาตรวจ ถ้าตรวจเจอเร็วจะได้รีบรักษาตาและชีวิตเอาไว้  โดยเฉพาะในครอบครัวที่เคยมีประวัติมะเร็งตาในครอบครัวให้พาลูกเกิดใหม่มาตรวจไว้เลย เนื่องจากหมอเคยเจอผู้ป่วยอายุแค่ 3 เดือน เป็นมะเร็งระยะต้น โดยครอบครัวนี้มีพันธุกรรมคือพี่ของเด็กก็เคยเป็น จึงรีบเรียกผู้ป่วยรายนี้มาตรวจและก็เจอก่อนมีอาการ เมื่อให้การรักษาด้วยการฉายเลเซอร์ เด็กรายนี้รอดตายไม่ต้องควักลูกตา อย่างไรก็ตามภายหลังการรักษา ผู้ป่วยจะต้องมาตรวจตามนัด เมื่อพ้นอายุ 7 ขวบไปแล้วมักมั่นใจว่าหายขาดและไม่เป็นซ้ำ

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อรู้ว่าลูกเป็นมะเร็งจอตาจะเป็นทุกข์มาก เพราะตอนพาลูกมาหาหมอ แค่ลูกมีปัญหาเรื่องตาดูวาว ๆ ไม่นึกว่าหมอจะบอกว่าลูกในวัยกำลังน่ารักเป็นมะเร็ง ต้องควักลูกตา ต้องให้เคมี ต้องฉายแสง ทำให้ร้องไห้กันระงมทั้งครอบครัว  ดังนั้นอยากย้ำว่า ถ้าลูกมีอาการผิดปกติ ต้องรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่เป็นพันธุกรรม มีคนในครอบครัวป่วย ควรมาตรวจทันที  หากเป็นมะเร็งจะได้รีบรักษาแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องควักลูกตา เพราะในกรณีที่มาพบแพทย์ช้า นอกจากต้องควักลูกตาแล้ว ในบางรายอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งพบประมาณ  5-10% ในบางประเทศแนะนำให้ตรวจจอตาเด็กอายุ 1-2 ขวบทุกคน แต่บ้านเราไม่แนะนำถึงขนาดนั้น.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0