อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

พลิกผืนนาปลูกลำไยรายได้ ปีละแสน

จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสาน อาชีพส่วนใหญ่เกษตรกรทำนาปลูกข้าว ซึ่งต้องอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาลและอาศัยน้ำคลองชลประทานในการทำนา พื้นที่ใดไม่มีน้ำชลประทาน ไหลผ่าน ต้องอาศัยน้ำฝนเท่านั้น พุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลา 04.30 น.


    จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสาน มีแม่น้ำชีไหลผ่าน อาชีพส่วนใหญ่เกษตรกรทำนาปลูกข้าว ซึ่งต้องอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาลและอาศัยน้ำคลองชลประทานในการทำนา ถ้าหากพื้นที่ใดไม่มีน้ำชลประทาน ไหลผ่าน ต้องอาศัยน้ำฝนเท่านั้น เช่นเดียวกันกับพื้นที่บ้านหนองเดิน อำเภอเชียงยืน ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่เกษตรกรก็ไม่ยอมท้อถอยจึงได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 นำมาใช้ โดยยึดมั่นความอดทน เพียรพยายาม ศึกษาค้นคว้า สังเกต การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

     นายธงชัย ชอบแก้วกาง เกษตรกร บ้านหนองเดิ่น หมู่ 7 ตำบลเหล่าบัวบาน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม อดีต ทำการเกษตรเชิงเดี่ยวคือทำนาเป็นหลัก ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงแล้งซ้ำซากทุกปี ผลผลิตไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ปัญหาค่าแรงงาน โรคแมลงต่าง ๆ รบกวน เลยจากบ้านไปทำงานต่างถิ่นอยู่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งอยู่หลายปี ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเลยหันกลับบ้านเพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินบ้านเกิด ปัจจุบันปรับเปลี่ยนพื้นที่นาทำการเกษตรมาปลูกไม้ผลเศรษฐกิจเป็นอาชีพหลัก แต่ต้องอาศัยความเพียรพยายาม และอดทนในการฟันฝ่าอุปสรรคในการทำการเกษตร ศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ เลือกทั้งชนิดไม้ผลและสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และตรงตามความต้องการของตลาด

    โดยใช้พื้นที่ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ เริ่มแรกในปี พ.ศ. 2552 ซื้อกิ่งพันธ์ุลำไยสาย อีดอ 50 ต้น มาปลูก และขายพันธ์ุโดยการตอนกิ่งไปเรื่อย ๆ ปลูกแบบยกร่อง ใช้สายยาง    ดูดน้ำจากคลองชลประทานเพื่อ ให้น้ำมีการปรับ ปรุงบำรุงดินใช้ปุ๋ย อินทรีย์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ มีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน เช่น ใช้กับดักกาวเหนียวในการกำจัดแมลง ซึ่งในช่วง 3 ปีแรกต้องให้น้ำมาตลอดวิธีกลตัดแต่งกิ่ง การใช้สารเคมีบางชนิดให้ถูกต้องตามหลักวิธีการ ซึ่งได้วิธีการปลูกมีการปลูกการผลิตที่ถูกหลักการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) โดยได้รับใบรับรองแหล่งผลิตพืช (ใบ Q)

     ขณะนี้ปลูกลำไยสายพันธ์ุอีดอมาได้ 10    ปี เริ่มได้ผลผลิต 2 รอบ ในรอบแรกในปี 2560   เก็บผลผลิต ประมาณ 1 ตันเศษ ซึ่งในปี 2561 ได้เริ่มเก็บผลผลิตไปแล้วช่วงเดือนมิถุนายน ได้ 2 ตัน และจะหมดผลผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคม  2561 คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 3 ตันต่อปี โดยลูกค้าจะมารับถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 30 บาท สร้างรายได้ประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งดีกว่าการไปทำงานเป็นลูกจ้างในเมือง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57