วันอังคาร 2 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

สืบเนื่องจากข่าวที่มีการแถลงว่า ศาลโลกจะมีคำตัดสินคดีพิพาทปราสาทพระวิหารไทย-กัมพูชา ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 หากแต่ตัวคดียังคงเป็นที่ข้องใจของประชาชน ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการไขคดีนี้แบบหมดเปลือก...

จากข้อมูลหนังสือการ์ตูน ปริศนาคดีปราสาทพระวิหาร โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาของคดีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า ศาลโลกได้มีคำสั่งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา เมื่อปี พ.ศ. 2505พร้อมทั้งให้ไทยออกจากปราสาทและพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ถึงแม้รัฐบาลขณะนั้นจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งในฐานะสมาชิกสหประชาชาติ เพื่อรักษาสิทธิ์ของไทยในอนาคต ทางกัมพูชาเองก็ยอมรับแล้วว่าไทยได้ทำตามคำสั่งของศาลโลกจริง และไม่เคยรายงานว่าไทยได้รุกล้ำเข้าไปในเขตแดนดังกล่าว

แต่เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2554 กัมพูชาได้ขอให้ศาลโลกตีความคำตัดสินคดีดังกล่าวใหม่ โดยอ้างว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นของกัมพูชาจะต้องเป็นไปตามแผนที่ 1 : 200,000 กล่าวคือ มีพื้นที่ที่เป็นของกัมพูชามากกว่าที่ศาลโลกตัดสินไป และให้ไทยออกจากพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของเรื่อง “พื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร”

โดยพื้นที่พิพาทนี้ เกิดจากขึ้นในปี พ.ศ.2550กัมพูชาได้ยื่นหนังสือเพื่อจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ทั้งนี้การยื่นจดทะเบียนนั้นต้องรวมพื้นที่โดยรอบปราสาท ทำให้กัมพูชาต้องการใช้พื้นที่ของไทย ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร แม้ไทยจะเสนอให้มีการยื่นหนังสือร่วมกัน แต่กัมพูชาปฏิเสธ ทำให้เกิดเป็นคดีขึ้นอีกครั้ง

ต่อมาในช่วงวันที่ 15-19 เมษายน พ.ศ.2556 ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาก็ได้ไปให้การเพิ่มเติม เพื่อต่อสู้ทางกฎหมายต่อศาลโลก รวมเฉลี่ยระยะเวลาในการตัดสินประมาณ 6เดือน ผลการตัดสินจะออกมาในช่วยปลายปี พ.ศ.2556 นั่นคือในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2556

ถึงแม้ไทยจะได้ประกาศไม่รับคำสั่งจากศาลโลกไปแล้ว แต่ก็ยังคงต้องไปต่อสู้บนเวทีศาลโลก แม้ว่าคดีนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดีปี พ.ศ.2505 แต่อย่างใด โดยถือเป็นคดีใหม่ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาเขตแดน แต่เพราะทางกัมพูชาเองได้อ้างถึงคำตัดสินในคดีเก่า หากไทยไม่ไปต่อสู้ในคดีนี้ ศาลโลกก็จะได้ฟังความเพียงข้างเดียว และอาจนำไปสู่คำตัดสินตามที่กัมพูชาเรียกร้อง

ทั้งนี้การคาดการณ์คำตัดสินของศาลโลก สามารถออกมาได้ 4 ทาง คือ 1. ศาลไม่รับตีความ 2. ตัดสินตามคำโต้แย้งของไทย 3. ตัดสินตามคำเรียกร้องของกัมพูชา และ4. ตัดสินออกมาเป็นกลาง ตามแต่ที่ศาลเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งไทยได้มีการนำเอาอนุสัญญาโตเกียว หรืออนุสัญญาสันติภาพระหว่างไทยกับฝรั่งเศสมาใช้อ้างอิงในศาล

ซึ่งอนุสัญญาโตเกียวนี้ เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และได้ญี่ปุ่นมาช่วยไกล่เกลี่ย โดยตามอนุสัญญาไทยจะได้ดินแดนบางส่วนของกัมพูชาส่วนคืนจากฝรั่งเศสรวมทั้งตัวปราสาทพระวิหารด้วย แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายชนะ ไทยจึงต้องทำข้อตกลงที่กรุงวอชิงตันกับฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2489 โดยผลคืออนุสัญญาโตเกียวถูกยกเลิก และไทยต้องคืนดินแดนนั้นให้แก่ฝรั่งเศส จึงเสมือนว่าไทยได้คืนพื้นที่ให้แก่กัมพูชา ทั้งนี้ข้อมูลจาก E-book โดย ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวว่า ในขณะนั้นกัมพูชาเป็นประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสอยู่ พื้นที่ที่ต้องคืนให้นั้นจึงเป็นของฝรั่งเศส และไม่มีผลผูกพันธ์กับกัมพูชา ดังนั้นกัมพูชาจึงไม่สามารถอ้างได้ว่าพื้นที่เป็นของตนเอง

ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาในรูปแบบใด ทางทีมทนายและนักวิชาการก็ขอให้มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศเท่านั้น ไม่ใช่ผลแพ้ชนะ เพราะต้องรักษาสภาพความสัมพันธ์อันดีไว้ ในฐานะประชาคมอาเซียน

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามการอ่านคำพิพากษาของศาลโลก ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 เวลา 16.00น. (เวลาที่ประเทศไทยเร็วกว่าเวลาที่กรุงเฮก 6 ชั่วโมง) ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้...

การถ่ายทอดสด ผ่านทางเว็บไซต์ www.icj-cij.org/homepage (ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส) , www.phraviharn.org , www.saranrom.mfa.go.th

การถ่ายทอดสด ผ่านทางโทรทัศน์ โดยมีการแปลเป็นภาษาไทย ทางช่อง 9 และช่อง 11

รับฟังทางวิทยุ FM 92.5 ,AM 891 ,FM 100.5 ,AM 1575 และ FM 88 (ภาษาอังกฤษ)

Twitter ที่ www.twitter.com/mfathai และ Facebook ที่ www.facebook.com/ThaiMFA

อ่านหนังสือการ์ตูน ปริศนาคดีปราสาทพระวิหาร โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ที่ http://www.phraviharn.org/main/contents/files/press-info-20130909-180911-228935.pdf

เกาะติดบรรยากาศและการตัดสินศาลโลกได้ที่นี่...

16.00 น.ศาลโลกอ่านคำพิพากษาคดีพระวิหาร!!! ผลสรุป....

ศาลโลก มีมติเอกฉันท์กัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนปราสาทพระวิหาร-ไทยถอนกำลัง

16.00 น. (11 พ.ย.56) ศาลโลกอ่านคำพิพากษาคดีพระวิหาร ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยใช้เวลาอ่านคำตัดสินราว 1 ชั่วโมง ใจความสรุป คือ ศาลโลก มีมติเอกฉันท์ว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งหมดของปราสาทพระวิหาร และไทยมีพันธกรณีต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากพื้นที่

"ทูตวีรชัย" ย้ำศาลให้กัมพูชา-ไทยร่วมมือดูแลปราสาทพระวิหาร

เวลา 17.40 น. (11 พ.ย.56) ตามเวลาประเทศไทย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหาร แถลงข่าวหลังรับฟังคำพิพากษาของศาลโลกกรณีเขาพระวิหาร ว่า จากคำตัดสินของศาลโลก กัมพูชาไม่ได้ในสิ่งที่มาขอศาลคือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ศาลไม่ได้ตัดสินเรื่องเขตแดน ศาลเน้นคำว่าพื้นที่เล็ก และศาลแนะนำให้กัมพูชาและไทยร่วมมือกันในการดูแลปราสาทพระวิหารในฐานะมรดกโลก

"ยิ่งลักษณ์" แถลงหลังศาลโลกตัดสินเขาพระวิหาร

เวลา 19.20 น. (11 พ.ย.56) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรี กล่าวเเถลงการณ์คดีพระวิหารผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเเห่งประเทศไทย ว่า การที่ขอให้ศาลโลกตีความ เพราะกรณีปราสาทพระวิหารไทยกับกัมพูชามีความเห็นไม่ตรงกัน โดยคณะทำงานคดีเขาพระวิหารได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้เข้าให้การกับศาลโลกอย่างเต็มที่ ซึ่งการที่ไทยต้องกลับไปสู้ที่ศาลโลกอีกครั้งเพราะไม่ต้องการให้ศาลพิจารณาคดีจากคำให้การเพียงฝ่ายเดียว บัดนี้ศาลโลกได้พิจารณาเอกสารของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ซึ่งมีหลายส่วนที่เป็นประโยชน์กับไทย 1.ศาลได้รับฟังข้อต่อสู้ของไทย 2.ศาลไม่ได้พิจารณาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร 3.ศาลรับตีความเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ที่มีขนาดเล็กมาก ไม่รวมพื้นที่ภูมะเขือ 4.ศาลแนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมมือกันดูแลปราสาทพระวิหารในฐานะมรดก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำว่า การดำเนินการของรัฐบาลจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง โดยได้สั่งการให้ทหารและเจ้าหน้าที่รักษาความเรียบร้อยในพื้นที่บริเวณชายแดน

ชายแดนอึมครึม แม่ค้ากลับประเทศลุ้นคำตัดสิน

เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ จึงตระกูล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า คำตัดสินจากศาลโลกที่จะมีขึ้นในวันนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าชาวกัมพูชาบางส่วน ที่ทำการค้าอยู่ ณ แนวชายแดนด้าน จ.จันทบุรี ปิดร้าน หยุดการค้า เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากคำตัดสินของศาลโลกออกมา

อุปนายกสมาคมฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสมาคมผู้ประกอบการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี รวมถึงผู้ประกอบการค้าชาวกัมพูชา ต่างพากันติดตามผลคำตัดสินที่จะออกมาในวันนี้ และติดตามผลกระทบที่จะมีขึ้นหลังจากมีคำตัดสิน เบื้องต้นได้พยายามพูดคุย ติดต่อสื่อสารกันให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างกันว่า ไม่ว่าผลคำตัดสินจะปรากฏออกมาอย่างไร ความร่วมมือทางการค้า การข้ามแดนไป-มา เพื่อติดต่อทางการค้า ตลอดจนการเข้ามารับจ้างทำงานในไทยของแรงงานชาวกัมพูชา จะดำเนินไปตามเดิม

ม็อบกองทัพธรรมร้องกองทัพปกป้องประเทศ

เมื่อเวลา 11.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม็อบกองทัพธรรมเคลื่อนจากจุดชุมนุมสะพานผ่านฟ้าไปยังหน้าองค์การสหประชาชาติ โดยระหว่างทางได้หยุดขบวนที่หน้ากองทัพบก มีแกนนำกล่าวปราศรัยบนเวทีเคลื่อนที่ เนื้อหาโจมตีการทำงานของกองทัพบก ก่อนจะส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงกองทัพบก เรียกร้องให้ปกป้องประเทศจากคดีเขาพระวิหาร

ลุ้นผลคำตัดสินเขาพระวิหารจากศาลโลก

11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวันที่ศาลโลกจะมีคำตัดสินคดีกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนได้อพยพไปขอพักอาศัยตามบ้านญาติและจุดอพยพชั่วคราว ซึ่งทางราชการ จัดเตรียมไว้รองรับหากเกิดสถานการณ์ความรุนแรง เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านบางส่วน ที่นั่งรอติดตามข่าวสารการอ่านคำพิพากษาตัดสิน กรณีคดีปราสาทพระวิหาร จากสื่อต่างๆ ภายในบ้านอย่างใจจดใจจ่อ


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,491 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น