วันอาทิตย์ 20 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. เวลา 10.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุม ส.ส.นัดพิเศษ เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง กำหนดท่าทีและจุดยืนของพรรค หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง

จากนั้นเวลา 11.45 น. นายอภิสิทธิ์ แถลงผลการประชุมว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอประณามการกระทำ และทัศนคติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ที่ได้แสดงจุดยืนไม่ยอมรับอำนาจศาล ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักนิติธรรม ทำให้บ้านเมืองเหมือนกับไม่มีกฎหมายไม่มีขื่อมีแปร และเป็นการแสดงจุดยืนจากคนที่รักษากฎหมายบ้านเมือง จึงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยทบทวนท่าทีและแสดงความรับผิดชอบ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีความหวังว่ารัฐบาลจะทบทวน แต่เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลต้องกระทำหากยังเป็นนักการเมืองที่เคารพในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมาหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือหลักนิติธรรมและต้องการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจโดยสุจริต ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลได้สร้างปัญหาและกระทำความผิด โดยไม่มีแนวโน้มที่จะแสดงความรับผิดชอบ พรรคจึงมีหน้าที่ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย ซึ่งพรรคได้ศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีบุคคลที่ได้กระทำความผิดจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และความผิดทางอาญา พรรคจึงจะได้ดำเนินการยื่นร้องถอดถอนบุคคลดังกล่าว และแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

“ ในส่วนของคดีอาญาจะมีกลุ่มบุคคลที่มีส่วนในการปลอมแปลงเอกสาร และหรือใช้เอกสารปลอม ในการสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. จากฉบับที่เสนอต่อสภา กับฉบับที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ทั้งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาสภาผู้แทนราษฎร และบรรดาผู้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด 321 คน ที่รู้อยู่แล้วว่า ร่างที่เสนอต่อที่ประชุมไม่ใช่ร่างที่ตนเองเสนอต่อสภา แต่กลับสมคบและยินยอมให้มีการกระทำดังกล่าว รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับนายนริศร ทองธิราช ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่กดบัตรแทนกัน ในส่วนถอดถอนนอกจากนายสมศักดิ์และนายนิคมแล้ว ยังรวมถึงสมาชิกที่ได้ร่วมลงมติสนับสนุนมาตรา 11 และ 11/1 และสมาชิกที่ลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 ซึ่งหมายรวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย เพราะเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมโหวตในวาระ 3 ซึ่งวันนี้พรรคได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส.พร้อมที่จะดำเนินการคาดว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ได้ในต้นสัปดาห์หน้า”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยยังไม่ทบทวนจุดยืนและแนวคิด ก็จะเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยกำลังบอกว่าการดำเนินการใด ๆ ในประเทศนี้ จะปลอมเอกสาร จะใช้เอกสารปลอม จะทุจริตใช้สิทธิ์แทนคนอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยไม่สมควรเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อนความผิดนี้ และไม่ควรพยายามเบี่ยงเบนประเด็นนี้ไปเป็นประเด็นอื่น เช่นการโยงไปสู่การรื้อฟื้นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งเป็นเพียงอีกวิธีหนึ่งในการล้างผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริต ทั้งนี้ในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง ควรกราบบังคมทูลถวายรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อให้เป็นข้อยุติที่ชัดเจนว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมนี้หมดสภาพไปแล้ว แต่การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพิกเฉยนั้นคือการแสดงออกของการไม่ยอมรับอำนาจศาลใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ประกาศออกมาเลย ประชาชนและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ถูก ส่วนความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะปล่อยให้ครบ 90 วันแล้วไม่พระราชทานคืนมา เพื่อใช้เสียงข้างมากยืนยันใช้กฎหมายนี้นั้น ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่คิดว่ารัฐบาลอาจจะคิดอยู่ เพื่อไม่รับอำนาจศาล และหากทำเช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ลองดู เพราะเป็นการท้าทายอำนาจศาลและประชาชนอย่างมาก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการในสภานั้น พรรคยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างเต็มความสามารถ และขอเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ซึ่งตนเห็นว่าการใช้เวลาในการอภิปรายที่เหมาะสมคือ 3 วัน นอกจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันสนับสนุนการชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยจากการกระทำต่าง ๆ ของรัฐบาล และยืนยันว่ารัฐบาลต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมและการแสดงออกตามกรอบของกฎหมาย .

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 2,040 ครั้ง