วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 “ก็บอกว่าฉันขอแค่มาเยี่ยมคุณน่านฟ้าแป๊บเดียวเอง คุณนั่นแหละฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”

สิบทิศโกรธที่ร้อยดาวกล้าลอยหน้าตีฝีปากกับเขาอย่างไม่ยอมลดราวาศอก...รัตนากรเดินชมดอกไม้ในสวน เข้ามาได้ยินพอดีเห็นว่าร้อยดาวมาเยี่ยมน่านฟ้า จึงชวนเข้าตำหนักไป

“หนูเป็นใคร...เป็นเพื่อนกับน่านฟ้ารึ”

“ค่ะ...หนูอยู่บ้านบดินทร์ธรที่อยู่ติดกันนี่เองค่ะ”

รัตนากรรู้สึกถูกชะตา..ร้อยดาวเดินตามรัตนากรเข้าไปในตำหนัก เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่า แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของวิรุฬเข้า ภาพในความฝันผุดขึ้นมาทันที

“นี่รูปใครเหรอคะ” 

“วิรุฬ... พ่อของสิบทิศน่ะ” 

“ละลาบละล้วง ไม่มีมารยาท” สิบทิศไม่พอใจ

“ไม่เอาน่า สิบทิศ...เขาไม่รู้ ถึงได้ถาม” รัตนากรหันไปปรามหลานชาย

ร้อยดาวหันมาทำหน้าเยาะเย้ยสิบทิศที่ท่านป้าเข้าข้างเธอ สิบทิศถลึงตาดุใส่ร้อยดาว จนท่านป้าที่หันมาเห็นเข้ากระแอมเป็นเชิงปรามสิบทิศเบา ๆ

“ห้องน่านฟ้าอยู่ข้างบน ตามฉันมาสิจ๊ะ” 

รัตนากรเดินนำร้อยดาวขึ้นไป...ร้อยดาวถูกปล่อยให้อยู่กับน่านฟ้าในห้อง น่านฟ้าบ่นว่าเบื่อ เพราะถูกสิบทิศบังคับให้อยู่แต่ในห้องหญิงสาวนึกสนุกจึงเอาแผ่นเสียงมาเปิด และชวนน่านฟ้าเต้นรำเป็นการแก้เซ็ง...สิบทิศกับรัตนากรได้ยินเสียงเพลงจึงมองไปที่ห้องน่านฟ้าเห็นร้อยดาวกำลังเต้นแร้งเต้นกา ก็นึกหมั่นไส้

“เด็กสมัยนี้ก็น่าเอ็นดูไปอีกแบบนะ ชายว่ามั้ย” รัตนากรพูดอย่างเอ็นดู

“เต้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้าไม่เห็นจะน่าเอ็นดูตรงไหน หญิงเล็กควรจะหัดลีลาศเพื่อเข้าสังคม มากกว่าเต้นแร้งเต้นกาแบบนี้”

“เดี๋ยวนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว หากยังยึดติดกับความคิดเดิม ๆ แล้วโลกเราจะพบกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร”

“ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไป” 

“ก็ถูกของชาย...แต่ในเมื่อโลกสอนมนุษย์ว่า ทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน แล้วทำไมจึงไม่เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้นเล่า”

สิบทิศคิดคล้อยตามคำกล่าวของรัตนากร แต่ก็ยังมีทิฐินัก...สิบทิศเห็นควรแก่เวลาจึงให้น่านฟ้าพักผ่อน และพาร้อยดาวออกจากห้อง รู้สึกพอใจกับการที่เธอทำให้น่านฟ้าหัวเราะได้ ระหว่างที่เดินผ่านรูปของวิรุฬ ร้อยดาวหยุดมองภาพนั้น...เรื่องราวของเวียงแก้วเหมือนทะลุออกมาจากภาพนั้น ร้อยดาวเพ่งมองจนสิบทิศแปลกใจ 

“จะยืนนิ่งเป็นเสาเอกอีกนานไหม” ร้อยดาวพยายามก้าวขา แต่ก้าวขาไม่ออก เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มหน้า

“เป็นอะไร”

สิบทิศถามจบ ร้อยดาวซวนเซ เป็นลมไปทันที...สิบทิศประคองร้อยดาวออกมานั่งที่ศาลาพักร้อนในสวนร่มรื่น สักพักเธออาการดีขึ้นจะลุกกลับ สิบทิศลืมตัวคว้าข้อมือร้อยดาวเอาไว้ให้นั่งอยู่ก่อน พอรู้สึกตัวคลายมือออก รีบกลบเกลื่อนเป็นพัลวัน

“พักก่อน ไม่ต้องรีบ... ฉันหมายถึง เพิ่งเป็นลมเป็นแล้ง เลือดยังไปเลี้ยงสมองไม่พอ ยังไม่ควรออกแรง” 

ร้อยดาวทรุดตัวลงนั่งตามเดิม“ถามหน่อยสิ... พ่อคุณ ท่านไม่อยู่เหรอ”

สิบทิศอึ้งไป ก่อนจะตอบ “ท่านพ่อสิ้นชีพิตักษัย ตั้งแต่ฉันอายุ 5 ขวบ”

ร้อยดาวงง ๆ กับราชาศัพท์ สิบทิศเลยอธิบายคำว่าสิ้นชีพิตักษัยให้ฟังว่า หมายถึง เสียชีวิต

“ฉันเสียใจด้วยนะ...แล้วทำไมท่านถึง...เอ่อ...เสียล่ะ”

“เพราะผู้หญิงคนนั้น ! ผู้หญิงคนนั้นทำให้พ่อฉันวิ่งฝ่าสายฝนออกไปบดินทร์ธรกลางดึก ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่อง”

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่บ้านบดินทร์ธรเหรอคะ” 

สิบทิศจ้องหน้าร้อยดาวตาแข็ง ไม่ทันได้ตอบ อะไร ช้อยเข้ามาบอกว่ารัตนากรเรียก

“บ้านคุณนี่เรียกกันแปลก ๆ นะ...คุณชาย-ท่านหญิง ฟังแปร่ง ๆ หูพิลึก” 

“คุณไม่รู้เหรอว่าคุณชาย เป็นหม่อมราชวงศ์ !!” ช้อยตำหนิร้อยดาว

ร้อยดาวครุ่นคิด ก่อนเบิกตาโตด้วยความตกใจ “หม่อมราชวงศ์” 

“ใช่ ! คุณชายเป็นโอรสองค์โตของหม่อมเจ้าวิรุฬ เวฬุมาศ”

ร้อยดาวหันขวับไปยังรูปภาพสีน้ำมันของ   วิรุฬขนาดใหญ่ที่ผนังอีกครั้ง อย่างไม่อยากจะเชื่อหู ก่อนจะหันไปทางสิบทิศ

“หมายความว่า...คุณกับพ่อมีเชื้อเจ้าเหรอ”

“ถ้าหายดีแล้ว... ก็กลับไปได้...เชิญ” สิบทิศอารมณ์เสีย แล้วลุกพรวดออกไป 

  

ร้อยดาวกลับมาที่บ้านบดินทร์ธร เห็นเต็มเดือนกำลังเก็บดอกยี่โถอยู่จึงเข้าไปช่วย และคุยกัน สร้อยฟ้ากับกระถินแอบมองอยู่ห่าง ๆ ท่าทางหมั่นไส้

“นังเต็มเดือนมันแผนสูง..วางตัวเป็นแม่พระ ผูกมิตรกับอีเด็กนั่น คงหวังจะหลอกใช้มันเป็นเครื่องมือล่ะสิ...ฮึ ! ลูกไม้ตื้น ๆ ตบตาฉันไม่ได้หรอก”

“คุณสร้อยฟ้าจะไม่หาวิธีทำอะไรสักอย่างหรือคะ” กระถินเสนอ

“แกจะให้ฉันทำอะไร” 

กระถินกระซิบกระซาบบอก สร้อยฟ้ายิ้มพอใจในแผนการของกระถิน...และในวันนั้น กระถินก็แอบเอานาฬิกาของเต็มเดือนไปวางในห้องของร้อยดาว ร้อยดาวเอาแจกันดอกไม้ที่เต็มเดือนจัดให้มาวางที่โต๊ะ นั่งมองอย่างพอใจ แต่จู่ ๆ กลับเห็นดอกไม้มีแต่หนอนไชเต็มโต๊ะ หญิงสาวสะดุ้งตกใจ ตั้งสมาธิเพ่งมองอีกทีดอกไม้ก็สวยงามเหมือนเดิม

ร้อยดาวถอนใจก่อนจะหันไปเห็นนาฬิกาวางอยู่ จึงหยิบมาดูอย่างสงสัย กระถินที่แอบดู อยู่รีบเข้ามาโวยวายแล้วไปฟ้องดำรง พร้อมทั้งเอานาฬิกาเรือนนั้นให้ดู สร้อยฟ้าเห็นก็ร้องเสียงดัง

“ต๊ายยยย!!! นี่มันของคุณพี่เต็มเดือนนี่คะ” 

“หล่อนรู้ได้ยังไง ว่านาฬิกานี่เป็นของใคร” 

“ดิฉันจำได้ติดตา คุณพี่ใส่เรือนนี้ออกจะบ่อย”

“หล่อนไปเอามาจากไหน” ดำรงหันไปถามร้อยดาว

“ดิฉันเห็นมันวางอยู่ที่หน้ากระจก ก็เลยหยิบขึ้นมาดู”

“โกหก!!! จู่ ๆ นาฬิกาของคุณพี่จะแล่นเข้าไปอยู่ในห้องหล่อนได้ยังไง”

สร้อยฟ้าคาดคั้นถาม ร้อยดาวบอกไม่รู้ “ดิฉันจะเข้าไปทำความสะอาด พอเปิดประตูเข้า ไป ก็เห็นคุณหนูกำลังถือนาฬิกาเรือนนี้อยู่ค่ะ”

“ใครถามหล่อน” ดำรงตะคอกใส่ กระถินจ๋อย

“นังกระถินมันจับได้คาหนังคาเขาว่าแกขโมยนาฬิกาเรือนนี้มา ยังจะกล้าปากแข็งอีก” 

“ฉันไม่ได้ขโมย...และไม่เคยคิดที่จะขโมย ของของใครด้วย”

“อมพระมาพูดฉันก็ไม่เชื่อ แกมันลูกเสือลูกตะเข้ เลวจริง ๆ” 

ทั้งสองเถียงกันไปเถียงกันมาจนดำรงต้องกระแทกไม้เท้าห้าม

“ดูหล่อนจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเหลือเกินนะ แม่สร้อยฟ้า...ไปตามแม่เต็มเดือนมานี่ซิ”

นมแสงขยับจะไปตาม แต่เต็มเดือนเข้ามาพอดี สร้อยฟ้ารีบฟ้องว่าร้อยดาวขโมยนาฬิกาเธอมา ดำรงถามย้ำว่าใช่ของเธอหรือเปล่าเต็มเดือนรู้ทันเล่ห์ของสร้อยฟ้าจึงปกป้องร้อยดาว

“เรื่องนี้ เต็มคิดว่าคงจะเป็นการเข้าใจผิดกันมากกว่า เต็มมาจัดแจกันดอกไม้ให้หนูร้อยดาวที่ห้อง แต่กลัวว่านาฬิกาจะเปียกน้ำ ก็เลยถอดวางไว้ ไม่คิดว่าจะลืม”

สร้อยฟ้าอึ้งอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะถูกเต็มเดือนแก้เกมเธออย่างนี้เลยถูกดำรงตำหนิจนหน้าเสีย พอกลับเข้ามาที่ห้องก็เหวี่ยงของกระจุยกระจาย ระบายอารมณ์

“พัง! แผนเสี้ยมให้พวกมันแตกกันเองพังหมด ไม่คิดเลยว่านังเต็มเดือนจะเอ็นดูมัน ถึงขนาดออกหน้าแก้ต่างแทนนังเด็กนั่น” 

“ทำอย่างนี้เท่ากับฉีกหน้าคุณสร้อยฟ้าชัด ๆ” กระถินสอด

“แถมอีนังเด็กนั่นยังซาบซึ้งสำนึกบุญคุณมันเข้าไปอีก”

“รู้ทั้งรู้ว่าคุณป้าเต็มเดือนเป็นคนยังไง! คุณแม่ก็ยังจะไปยุ่งกับเขาอีก” ดาราเรศไม่พอใจแม่ 

“แกไม่ต้องมาสะเออะสั่งสอนฉัน ยัยเรศ ฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ คอยดูก็แล้วกัน ฉันต้อง หาทางกระชากหน้ากากของแกออกมาให้ได้ สักวัน” สร้อยฟ้าอารมณ์ยังคุกรุ่นไม่หายแค้น

คืนนั้น ร้อยดาวกำลังนั่งคิดถึงปกรณ์ อยู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงผู้ชายร้องลั่นราวกับสัตว์ป่าคำราม เดี๋ยวดัง เดี๋ยวหยุด เธอเดินตามเสียงมาหยุดที่   ห้องสมุดตะโกนเรียกเวียงแก้วเพราะเข้าใจว่าเป็นเสียงเธอ แต่ทุกอย่างก็เงียบสนิท...น้ำหยดลงมาจากเพดานใส่หัว ร้อยดาวเงยหน้าขึ้นมอง แปลกใจ

“สงสัยหลังคาจะรั่ว น้ำฝนถึงได้หยดลงมาได้” 

หยดน้ำหยดหนึ่งหยดใส่ที่ดวงตาของร้อยดาวพอดิบพอดี เธอแหงนหน้าขึ้นไปมองอีกครั้งเหมือนเห็นอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลักอยู่บนนั้น ร้อยดาวลากบันไดเลื่อนสำหรับที่ใช้ในห้องสมุด ไต่ขึ้นไปดูว่าเสียงอะไร แนบตาที่รอยต่อระหว่างไม้กระดาน เสียงโหยหวนดังลั่นขึ้นมาจากห้องใต้หลัง คา อ๊าคคคคคคคค... 

ร้อยดาวผงะ ใจหายวาบหงายหลังลงมาจากบันได มือไขว่คว้าจนเกี่ยวหนังสือหล่นลงมาใส่ตัวเอง หน้าปกหนังสือเล่มหนึ่งเหมือนกับหนังสือที่วิรุฬให้เวียงแก้วในความฝันหล่นอยู่ตรงหน้า

“นี่มัน...หนังสือเล่มนั้นจริง ๆ ด้วย” 

นมแสงได้ยินเสียงโครมครามจึงรีบมาดูเห็นร้อยดาวอยู่ในห้องสมุดอีกแล้ว...จากนั้นเธอก็เอาหนังสือภาพที่เห็นวิรุฬให้เวียงแก้วมาเปิดดู พลิกดูภาพไปเรื่อย ๆ จนมาสะดุดที่หน้าที่มีรูปขาวดำของเวียงแก้วแทรกอยู่ ดูเศร้าสลด

“รูปผู้หญิงคนนั้น ทำไมถึงได้ดูเศร้าจัง” 

ร้อยดาวเพ่งมองอย่างสนใจจนดูเหมือนเธอได้เห็นอดีตของเวียงแก้วอีกครั้ง ทำให้รู้ว่าภาพนี้เป็นฝีมือการถ่ายของวิรุฬที่เห็นเวียงแก้วกำลังร้องไห้อยู่...และสาเหตุที่เธอร้องไห้ เพราะถูกจงจิต สร้อยฟ้า และเสงี่ยมกลั่นแกล้ง

 

ร้อยดาวกะพริบตาถี่ ๆ ทำให้กลับมาสู่โหมดปัจจุบัน ที่กำลังเพ่งรูปของเวียงแก้ว

“เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้รู้จักกับหม่อมเจ้าวิรุฬ พ่อของหมอนั่น แถมยังมีคุณจงจิต คุณเต็มเดือน เข้ามาเกี่ยวด้วยอีก เธอกำลังจะบอกอะไรฉัน” ร้อยดาวคิดจนปวดหัว

เช้าวันใหม่ ร้อยดาวเอารูปนั้นมาให้นมแสงดู บอกว่าเธอได้มาจากห้องสมุด 

“25 ปีมานี้ รูปทุกใบที่มีเธออยู่ถูกเผาทำลายทิ้งทั้งหมดไม่นึกเลยว่า...จะยังเหลือรอดอยู่อีกใบ”

“ทำไมต้องเผารูปผู้หญิงคนนี้ด้วยล่ะจ๊ะ นม”

“เป็นคำสั่งค่ะ” 

“ใครสั่ง คุณท่านเหรอ”

“ค่ะ..คุณท่านบอกว่า รูปของเธอทำให้คุณท่านนอนไม่หลับ”

“อะไรกัน มีเรื่องแบบนี้ด้วย ผู้หญิงในรูปเธอเป็นใคร ทำผิดคิดร้ายอะไรนักหนา ถึงต้องสั่งเผารูปเธอทิ้งให้หมดด้วย หรือว่า...”

ร้อยดาวครุ่นคิดแล้วดูทำตาโต

“ผู้หญิงในรูปคือคุณเวียงแก้ว คุณแม่    แท้ ๆ ของคุณหนูค่ะ” 

“แม่..” ร้อยดาวเอารูปเวียงแก้วมาดูให้เต็มตาชัด ๆ อีกครั้ง

  

หลังจากได้เห็นหน้าตาของแม่แล้ว ร้อยดาวบอกกับนมแสงว่าเธออยากไปกราบหลุมศพแม่ นมแสงบอกอย่างหนักใจว่าตอนที่เวียงแก้วตาย ปกรณ์ก็ให้จัดการทำพิธีเผาศพเวียงแก้วทันที และให้ทุกคนในบ้านนี้ปิดเป็นความลับ จึงไม่รู้ว่าปกรณ์จัดการอย่างไร

ร้อยดาวจึงอยากเห็นรูปของปกรณ์ นมแสงเลยพามาที่ห้องเก็บของ มีภาพถ่ายของปกรณ์เก็บไว้ในนั้นใส่อยู่ในกรอบรูป ปกรณ์เป็นคนหน้า ตาดี หล่อ เนี้ยบ แต่แววตาบอกถึงความเจ้าชู้ชัดเจน ร้อยดาวจ้องมองภาพนั้นราวกับต้องมนต์สะกด เธอเห็นภาพในอดีตของปกรณ์ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อถูกนมแสงเรียก

ร้อยดาวจะเอากรอบรูปปกรณ์ไปแขวนที่ผนังในห้องโถง นมแสงห้ามไว้ แต่ร้อยดาวดื้อรั้นนำรูปไปติดผนังจนสำเร็จ นมแสงยืนตะลึงด้วยความหวาดกลัว เสียงดำรงดังขึ้นด้านหลัง

“นินทาอะไรฉันอยู่ล่ะ”ร้อยดาวหันไปมองเห็นเต็มเดือนประคองดำรงเดินลงบันไดมา

“รูปคุณพ่อเอาไว้ตรงนี้ คุณท่านว่าดีไหมคะ” 

ดำรงกับเต็มเดือนต่างจ้องที่รูปปกรณ์อย่างไม่พอใจ ดำรงตวาดสั่งให้เอารูปปกรณ์ลงเดี๋ยวนี้ ร้อยดาวตกใจ สร้อยฟ้าออกจากห้องมาดูเหตุการณ์ตรงระเบียงชั้นบน ตามด้วยจงจิตทั้งสองตกใจไม่แพ้กัน

“ทำไมล่ะคะ...ทำไมถึงแขวนรูปคุณพ่อไม่ได้” 

“ฉันสั่ง หล่อนก็ต้องทำตาม”

“ดิฉันไม่เข้าใจ ขอทราบเหตุผลได้ไหมคะ” 

ดำรงไม่พอใจที่ถูกร้อยดาวยอกย้อน

“ต่ำ มาอยู่ที่นี่ไม่ทันไร ก็กล้าตีฝีปากเถียงคุณพ่อฉอด ๆ สันดานไพร่อีนังเวียงแก้วในตัวแก แก้ยังไงก็คงไม่หายสินะ” สร้อยฟ้าด่า

“ลูกกาฝากอย่างหล่อนได้มาอาศัยใต้ชายคาบดินทร์ธรก็นับว่าบุญหัว ยังริทำตัวโอหัง คอยดูเถอะ! คงใจแตกเหมือนแม่แกเข้าสักวัน”

ร้อยดาวโกรธจัด แต่พยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุด

“ถ้าพวกคุณเป็นผู้ดีกันนักก็กรุณาอย่าพูดจาดูถูกคุณแม่ของดิฉัน”

“ต๊ายยย! นี่มันกำลังด่าเรานะคะคุณพ่อ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 190 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น