วันอังคาร 2 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองและพัฒนาการเกษตรตามความเหมาะสมสำหรับเป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง

และให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในด้านเทคนิคและวิชาการที่ครบวงจร เพื่อให้ราษฎรเข้ามาเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ในลักษณะ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่หลากหลาย และขยายผลสำเร็จไปสู่ราษฎรบนพื้นฐานการบริหารจัดการที่ดีเพื่อนำเกษตรกรและประชาชนไปสู่วิถีชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืนตลอดไป

ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ประสบผลสำเร็จทั้งในการศึกษาทดลองและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ที่สามารถส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและสร้างเกษตรต้นแบบพร้อมทั้งได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ขึ้นถึง 32 แห่ง เช่น กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ดำภูพานโคเนื้อภูพาน สุกรภูพาน และข้าวอินทรีย์  มีการขยายผลสำเร็จที่โดดเด่นของศูนย์ฯ ไปสู่ราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เผยแพร่ความรู้และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยใช้แนวคิด “3 ดี” คือ ความรู้ดี พันธุ์ดี และคนดี โดยความรู้ดีหมายถึง องค์ความรู้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯได้ศึกษาทดลองและวิจัยแล้ว ที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีตัวอย่างแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนพันธุ์ดี หมายถึง พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ รวมถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพดีที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สามารถผลิตได้มาให้การสนับสนุนแก่เกษตรกรได้ และ คนดี ซึ่งหมายถึง เกษตรกรที่มีความตั้งใจ ขยัน อดทน และมุ่งมั่นในการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติจริง ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาทางศูนย์ได้มีการขยายผลสู่ราษฎรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดมา 

และเพื่อให้การขยายผลได้แผ่กว้างออกไปในส่วนอื่น ๆ ของสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้นโดยเฉพาะเยาวชนในระดับอุดมศึกษาให้ได้รับความรู้ และสามารถนำความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ นำไปเชื่อมโยงความรู้จากศูนย์ศึกษาฯ สู่สถาบันการศึกษา ตามความเหมาะสมและความต้องการของเยาวชน โดยมีสถาบันการศึกษารองรับ จะเป็นการนำการพัฒนาตามแนวพระราชดำริไปต่อยอดในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สำนักงาน กปร. จึงร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ รุ่นที่ 3 ขึ้น โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร. เปิดเผยว่า ค่ายเยาวชนที่จัดขึ้นในครั้งนี้จะอยู่ภายใต้รูปแบบกิจกรรม รักษ์ป่า รักษ์แผ่นดิน สร้างสิ่งเพื่อสืบสานพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคณะเยาวชนที่ร่วมเข้าค่ายจะมีโอกาสได้รู้จักกับสำนักงาน กปร. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานกับส่วนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนองงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของเครือข่ายทั่วประเทศ และรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักเพียงใดในการพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริที่มีกระจายทั่วประเทศในปัจจุบันมากถึง 4,350 โครงการ

“ระหว่างการเข้าค่ายนอกจากเยาวชนจะมีโอกาสเข้าไปเรียนรู้การน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติใช้ในการดำรงชีพและการใช้ชีวิตประจำวันของเกษตรกรโดยเยาวชนจะลงไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเกษตรกรเหล่านั้นแล้วยังให้เยาวชนได้นำเสนอโครงการ และแผนงานเพื่อการขยายผลงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปยังสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผล อีกทั้งเพื่อให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้และสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมอีกด้วย” นายสุวัฒน์ กล่าว.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 526 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น