วันพุธ 24 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“เอกลักษณ์ ปลื้มจิตร” หรือ“สอง” วิศวกรหนุ่มไฟแรง ผู้ไม่พิสมัยอาชีพของมนุษย์เงินเดือน เพราะหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ (แฮมเบอร์เกอร์)ที่อเมริกาจนส่งผลกระทบมาถึงบริษัทที่เขาทำงานอยู่ด้วย วิกฤติครั้งนั้นทำให้สองรู้ว่าอนาคตที่ต้องฝากไว้กับนายจ้างเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคงอีกต่อไป “สอง” จึงไม่รีรอที่จะตัดสินใจลาออกเพื่อลงทุนทำธุรกิจเอง เพราะเชื่อว่าการเป็นเจ้าของกิจการสามารถกำหนดแบบแผน และมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมั่นคง

สองเล่าว่า ช่วงที่เขาลาออกจากงานประจำ ประเทศไทยกำลังมีปัญหาเกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก และสิ่งที่ตามมาคือ ภูเขากองขยะที่เกิดจากข้าวของเสียหาย หรือกลายเป็นของเก่าถูกโละทิ้ง ทำให้ร้านรับซื้อของเก่ารวยตาม ๆ กัน “สอง” จึงเห็นช่องทางทำธุรกิจด้านนี้ ซึ่งสามารถรองรับของเหลือใช้นำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ทั้งหมด นับเป็นธุรกิจเงินสด ซื้อเข้าก็เงินสด ขายออกก็เงินสด ปลอด ภัยจากการถูกเบี้ยวหนี้ แบบนี้ใคร ๆ ก็ทำได้ และเหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจอย่างมาก

“ผมเริ่มต้นธุรกิจรับซื้อของเก่าด้วยการเช่าพื้นที่ว่างเล็ก ๆ สร้างโรงเรือน ซื้อเครื่องมือต่าง ๆ ทำให้เหลือเงินสำหรับเป็นทุนหมุนเวียนเพียงไม่กี่หมื่นบาท พอเริ่มทำธุรกิจจริง ๆ จัง ๆ มันก็ไม่ง่ายเหมือนตอนเรามองคนอื่นเขาทำนะ มันมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องการบริหารงาน เงิน แรงงาน การคัดแยกวัสดุ ต้องรับมือกับลูกค้าหลากหลายประเภท เลยต้องขอคำปรึกษากับคู่ค้าธุรกิจที่มีความชำนาญมากกว่า ว่าเขาทำอย่างไร เมื่อเจอปัญหาเขาแก้ไขอย่างไร ต้องลองผิดลองถูกด้วยตนเอง แรก ๆ ผมทำธุรกิจแบบลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว ไร้ทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย ขาดระบบบริหารจัดการที่ดี” สอง เล่าถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจครั้งแรก

แต่ช่วงเวลานั้น บังเอิญมีโครงการอบรมเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม New Entrepreneurs Creation Merchandising ก็เลยสนใจ อยากลองไปเรียนรู้การทำธุรกิจดู เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนมีธุรกิจกันแล้ว แต่ก็ยังมาเรียนเพิ่มเติม ได้ความรู้มาเยอะ อาจารย์ก็ให้คำปรึกษาได้ดี สนุก เป็นกันเอง ความรู้ที่ได้จากการเรียนหลักสูตรผู้ประกอบการช่วยได้มาก ทำให้เราคิดอย่างเป็นระบบ รู้จักการวางแผน รู้จักการสร้างสรรค์กลยุทธ์ มันเหมือนเราติดอาวุธให้กับธุรกิจ พอเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น ธุรกิจก็เริ่มขยายเติบโต เงินทุนหมุนเวียนก็เพิ่มขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี

เมื่อจับทางได้ธุรกิจรับซื้อของเก่าจะกลายเป็นการรองรับของเหลือใช้ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาสินค้าเน่าเสีย หรือหมดอายุ รับซื้อมากก็กำไรมาก การคัดแยกก็ง่ายไม่ซับซ้อน เพียงแค่เรารู้จักชนิดวัสดุ มีโรงงานรีไซเคิลรองรับสินค้ามากมาย กำไรที่ได้ก็มาจากกำไรส่วนต่าง (Spread Trading) นั่นเอง หากเราสามารถบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เราก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ไม่ยาก พอเราประสบความสำเร็จอยู่ในระดับที่เราพอใจ ก็รู้สึกอยากแบ่งปันให้กับคนอื่น ศิษย์ย่อมมีครู เราอยากถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากอาจารย์ เฉกเช่นเมื่อครั้งที่อาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้กับเรา

ผมจึงนำความรู้ที่ได้จากการเรียนหลักสูตรผู้ประกอบการ และการทำธุรกิจมาเรียบเรียงเป็นหนังสือ เรื่อง “รวยง่าย สไตล์ร้าน รับซื้อของเก่า” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการทำธุรกิจแบบมืออาชีพ เนื้อหามีทั้งการวิเคราะห์ธุรกิจ การนำเครื่องมือทางการตลาดมาใช้ วิธีสร้างสรรค์กลยุทธ์ เทคนิคในการบริหารงาน การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ฯลฯ เป็นการเตรียม

ความพร้อม เพิ่มศักยภาพและรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจ ผมสร้างเฟซบุ๊กไว้ด้วย สามารถเข้าไปติชม แลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ที่ Facebook/รวยง่าย สไตล์ร้าน รับซื้อของเก่า

ผมคิดว่าตราบใดที่คนบนโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ขยะก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย การคัดแยกขยะให้ถูกต้อง เป็นวิธีการในการลดปริมาณขยะ ลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ลดการเผาขยะ ได้ประโยชน์ทั้งในระดับชุมชน ตำบล ไปจนถึงระดับประเทศชาติ ลดปริมาณแก๊สเรือนกระจก ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อน ลดการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ และช่วยลดงบประมาณในการกำจัดขยะของรัฐบาล ธุรกิจรับซื้อของเก่า จึงเป็นต้นทางในการช่วยลดสิ่งเหล่านี้ ทำให้เรารู้จักการคัดแยกประเภทวัสดุ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ หากคัดแยกวัสดุเป็นก็เหมือนมีวิชาชีพติดตัว อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย มีเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้ สามารถขยับขยายไปจนถึงเป็นธุรกิจระดับใหญ่ เป็นธุรกิจที่รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศชาติอีกด้วย

หนังสือ รวยง่าย สไตล์ร้าน รับซื้อของเก่า เหมือนเป็นคู่มือ และต้นแบบการทำธุรกิจให้กับร้านต่าง ๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ เสริมสร้างความแข็งแกร่ง ดั่งการติดอาวุธให้กับธุรกิจ สำหรับท่านที่สนใจขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ.

‘จ๊อบแมน’

job_man28@yahoo.co.th


Tags:

บทความที่เกี่ยวข้อง


แบ่งปัน

จำนวนคนดู 9,468 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น